L
A D I N G
ข่าวสารของสถานี

นายกรัฐมนตรี ยืนยันสามารถรับสถานการณ์โควิด-19 ขณะนี้ได้ ขอความร่วมมือทุกคนดูแลตัวเอง พร้อมสั่งตั้งโรงพยาบาลสนามรองรับผู้ป่วย

7 เมษายน 2564
331 views

นายกรัฐมนตรี ยืนยันสามารถรับสถานการณ์โควิด-19 ขณะนี้ได้ ขอความร่วมมือทุกคนดูแลตัวเอง พร้อมสั่งตั้งโรงพยาบาลสนามรองรับผู้ป่วย

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า มีความห่วงใยต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จำเป็นต้องหามาตรการที่เหมาะสม ครอบคลุมทั้งการป้องกันโควิด-19 , ความรู้สึกประชาชนและภาวะเศรษฐกิจ ส่วนสถานการณ์จะแพร่ระบาดไปในระดับใดและเชื้อจะกลายพันธุ์หรือไม่ ได้มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุขและคณะแพทย์พิจารณาร่วมกัน ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก ขณะเดียวกันรัฐบาลจะเร่งฉีดวัคซีนให้ประชาชน โดยต้องสอดคล้องกับวัคซีนที่จะเข้ามาด้วย พร้อมยืนยันขณะนี้สามารถรับสถานการณ์โควิด-19ได้ นอกจากนี้ได้สั่งการให้กรุงเทพมหานครและกระทรวงมหาดไทย เตรียมจัดตั้งโรงพยาบาลสนามรองรับผู้ป่วย หากมีการแพร่ระบาดมากขึ้นส่วนการจัดกิจกรรมช่วงเทศกาลสงกรานต์ ต้องมีความเข้มงวดมากขึ้นและงดกิจกรรมที่ไม่จำเป็น เช่น รดน้ำดำหัวและการทำบุญที่มีการรวมตัวกันจำนวนมาก โดยแนะนำให้สรงน้ำพระพุทธรูปที่บ้านแทน ขณะที่การเดินทางออกต่างจังหวัด ขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังและเตรียมความพร้อมของยานพาหนะและผู้ขับขี่ ที่สำคัญการสนุกสนานต้องไม่เกินเลยและมีจิตสำนึก เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อผู้อื่นขณะเดียวกัน คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดหลายจังหวัด มีคำสั่งให้ผู้เดินทางไปจาก 5 จังหวัดพื้นที่สีแดง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการและนครปฐม เข้าพื้นที่ต้องกักตัวหรือเฝ้าระวังอาการตนเอง 14 วัน , แจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและ อสม.ทันทีที่เดินทางไปถึง เพื่อรับทราบคำแนะนำในการปฏิบัติตัว หรือลงทะเบียนสอบสวนโรคและกักตัวอยู่บ้าน Home Quarantine เป็นเวลา 14 วัน เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อขณะที่ ศบค.ยืนยัน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ยังเดินทางได้ตามปกติ แต่ต้องปฏิบัติตามประกาศของแต่ละพื้นที่และมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดแพทย์หญิง อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. กล่าวว่า หลังพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และใกล้ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนยังสามารถเดินทางได้ตามปกติ แต่ต้องดูแลตัวเองและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด และหากเดินทางข้ามพื้นที่หรือมาจากพื้นที่เสี่ยง ขอให้ติดตามประกาศของแต่ละจังหวัดอย่างใกล้ชิด พร้อมขอความร่วมมือ อสม.ติดตามสอบถามผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงและให้คำแนะนำ ดูแลอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันผู้ว่าราชการจังหวัดและคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ควรติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างใกล้ชิด และมีมาตรการเฝ้าระวังเชิงรุก ทั้งนี้ขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามมาตรการแต่ละพื้นที่ หากมีปัจจัยเสี่ยงให้รีบไปตรวจที่โรงพยาบาลใกล้บ้านหรือในพื้นที่ทันที อย่างไรก็ตาม ช่วงเทศกาลสงกรานต์ หากจำเป็นต้องเดินทาง ต้องสวมหน้ากากอนามัยและปฏิบัติตัวในการป้องกันโรคโควิด-19 เพื่อลดการติดเชื้อผู้ช่วยโฆษก ศบค. กล่าวว่า วันนี้ที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศปก.ศบค. ได้พิจารณาข้อเสนอของที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กระทรวงสาธารณสุข EOC เมื่อวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา ให้ทบทวนการปรับระดับพื้นที่ การกำหนดพื้นที่ทั่วราชอาณาจักร เพราะเป็นห่วงว่าอาจมีการติดเชื้อจากสถานบันเทิง แพร่กระจายข้ามจังหวัด จึงเสนอปรับพื้นที่ 4 เป็นรายจังหวัด บางพื้นที่ แต่ที่ประชุมเห็นว่า มาตรการที่มีอยู่เดิม ได้ให้อำนาจกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงมหาดไทย หาข้อสรุปที่มีประสิทธิภาพและสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ดีที่สุดอยู่แล้ว ดังนั้นยังไม่มีการปรับพื้นที่สีตามที่เสนอมา แต่ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัดส่วนการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ทางคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ได้จัดสรรวัคซีนกระจายไปให้ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงแล้ว มีผู้ได้รับวัคซีนเข็มแรก 274,354 ราย และได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม 49,635 ราย ขณะที่แผนการกระจายวัคซีน กระทรวงสาธารณสุขรายงานว่า ขณะที่แผนการกระจายวัคซีนชิโนแวค กระทรวงสาธารณสุขรายงานว่า ได้ดำเนินการตามแผนและอยู่ระหว่างการจัดส่งไป 77 จังหวัดทั่วประเทศ ส่วนวัคซีนของแอสตราเซเนก้าล็อตใหญ่ที่จะมาถึง มั่นใจว่าสามารถฉีดวัคซีนให้ประชาชนได้ตามแผนที่วางไว้ด้านนายแพทย์ ทวี โชติพิทยะสุนนท์ ที่ปรึกษาและผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กรณีผู้ได้รับวัคซีนโควิด-19 เข็มแรกไปแล้วเกิดการติดเชื้อ ไม่ใช่วัคซีนไม่มีประสิทธิภาพ แต่วัคซีนนี้ป้องกันอาการรุนแรงเมื่อติดเชื้อและป้องกันการเสียชีวิต ไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อ ซึ่งวัคซีนเข็มแรกจะยังไม่ตอบสนองทันที ส่วนใหญ่วัคซีนเริ่มตอบสนอง 14 วันขึ้นไป บางชนิดของวัคซีนต้องรับครบ 2 เข็ม จึงเกิดการตอบสนอง สำหรับกรณีผู้ติดเชื้อหลังรับการฉีดวัคซีนเข็มแรก ต้องรอให้เกิน 3 เดือนก่อน จึงจะกลับมารับวัคซีนเข็มที่ 2 ได้ พร้อมย้ำ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 จากสถานบันเทิง ผับ บาร์ ควรไปตรวจหาเชื้อ หากไม่พบเชื้อ ต้องกักตัว 14 วัน ดังนั้นยังจำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่าง เลี่ยงเข้าไปในพื้นที่แออัด อากาศไม่ถ่ายเท และลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัดต่อไป และหากมีโอกาสหรืออยู่ในเกณฑ์ได้รับวัคซีนโควิด ก็ควรเข้ารับการฉีดทันทีส่วน นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงสถานการณ์โรคโควิด-19 ในประเทศไทยขณะนี้ ว่า ภาพรวมแนวโน้มการระบาดกำลังก้าวกระโดด ซึ่งจากแบบจำลองทางคณิตศาสตร์เปรียบเทียบข้อมูลการระบาดโรคโควิด-19 ในช่วงสงกรานต์ปีที่แล้วกับปีนี้ สรุปได้ว่าช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะมีกิจกรรมและการเดินทางข้ามจังหวัดมากขึ้น อาจส่งผลให้มีผู้แพร่เชื้อโควิดเพิ่มถึง 100 เท่า หากไม่มีมาตรการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ โดยเชื้อกลายพันธุ์สายพันธุ์อังกฤษที่พบจากการระบาดในสถานบันเทิงย่านทองหล่อ จะทำให้การแพร่เชื้อมากขึ้น 1.7 เท่า หากประชาชนไม่ช่วยกันป้องกันโรคหรือปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข จะส่งผลให้เกิดการแพร่กระจายของโรคไปทั่วประเทศ และมีผู้ป่วยจำนวนมากขึ้นได้ล่าสุด ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เห็นชอบขยายเวลาตรวจหาเชื้อโควิด-19 และจัดเก็บอัตลักษณ์บุคคลเพิ่ม 2 เดือน จนถึงวันที่ 16 มิถุนายนนี้นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า วันนี้ (7 เม.ย.64) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เห็นชอบตามที่กระทรวงแรงงานเสนอให้แรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ที่แจ้งบัญชีรายชื่อเพื่อขออยู่ทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา ได้รับการขยายระยะเวลาดำเนินการตรวจโควิด - 19 และจัดเก็บอัตลักษณ์บุคคล (Biometrics) จากเดิมภายในวันที่ 16 เมษายนนี้ ขยายเป็นสิ้นสุดวันที่ 16 มิถุนายน 2564 ส่วนขั้นตอนอื่นให้ดำเนินการตามแนวทางเดิมที่กำหนดด้านนายไพโรจน์ โชติกเสถียร รองปลัดกระทรวงแรงงาน รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ณ วันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา พบว่ามีคนต่างด้าวที่ผ่านการตรวจโควิด - 19 และขึ้นทะเบียนประกันสุขภาพแล้วประมาณ 170,000 คน รวมทั้งมีคนต่างด้าวที่ผ่านการจัดเก็บอัตลักษณ์บุคคลแล้ว ประมาณ 422,000 คน จากทั้งหมดกว่า 654,000 คน ซึ่งประเมินสถานการณ์แล้วว่าไม่สามารถดำเนินการทันตามระยะเวลาที่กำหนด อย่างไรก็ตาม ขอให้นายจ้าง/สถานประกอบการพาคนต่างด้าว นัดหมายเข้ารับการตรวจคัดกรองโควิด-19 และซื้อประกันสุขภาพกับสถานพยาบาลของรัฐ พร้อมทั้งจัดเก็บอัตลักษณ์บุคคลกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองให้เสร็จสิ้นก่อนวันที่ 16 มิถุนายนนี้ เนื่องจากจะไม่มีการผ่อนผันเพื่อขยายเวลาดำเนินการอีก เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาดำเนินการ กรมการจัดหางานจะตรวจสอบ และดำเนินคดีอย่างจริงจังขณะที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สั่งหน่วยงานในสังกัดปฏิบัติตามมาตรการของ ศบค. เพื่อให้นักเรียนและบุคลากรปลอดโรคปลอดภัยนายสนิท แย้มเกสร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้หารือถึงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ขณะนี้ โดยให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาทุกแห่งทั่วประเทศ ปฏิบัติการตามมาตรการของ ศบค.อย่างเข้มงวดสูงสุด หากมีความจำเป็นต้องเดินทางไปพื้นที่ต่างจังหวัด ให้ปฏิบัติการตามข้อบังคับของแต่ละพื้นที่ นอกจากนี้ยังได้เน้นย้ำให้ข้าราชการและบุคลากรในสังกัดทุกคน ป้องกันตัวเองอย่างเคร่งครัดเช่นกัน